“ช่างมืออาชีพ” หรือ “โปรเฟสชันนัลบาร์เบอร์” ต่างประเทศเขาหมายถึงอะไรกันบ้าง

“ช่างมืออาชีพ” หรือ “โปรเฟสชันนัลบาร์เบอร์” ต่างประเทศเขาหมายถึงอะไรกันบ้าง

ออกตัวไว้ก่อนว่าโลกนี้ไม่ได้มีกฎหรือข้อตกลงตายตัวระบุถึงความหมายของ”ช่างมืออาชีพ” หรือ “โปรเฟสชันนัล” นะครับ  อาจจะมีที่แต่ละสถาบันหรือองค์กรต่างๆ นิยามไว้ตามมาตรฐานของตน แต่ที่นำมาแชร์นี้คือรวบรวมมาจากหลายแหล่งในข้อมูลสากล เห็นว่าหลายอย่างเป็นมุมมองที่น่าจะเป็นประโยชน์และบางอย่างก็นึกไม่ถึงจริงๆ ครับ

  1. ช่างมืออาชีพต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้รับการยอมรับว่า “มืออาชีพ” ขึ้นอยู่กับผลงานที่ถ่ายทอดออกมาว่าได้ตามความคาดหวังของลูกค้าและดีที่สุดแบบไม่มีข้อตำหนิในทุกๆ งาน
  2. โปรเฟสชันนัลจะไม่มีความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย เพราะความผิดเล็กน้อยของตัวเองอาจกลายเป็นผลเสียยิ่งใหญ่สำหรับร้าน ตัดผมพลาดไปนิด หรือทำอุปกรณ์โดนหัวลูกค้าแรงไปหน่อย ก็สามารถเป็นเรื่องราวเสียชื่อใหญ่โตต่อตัวเองและร้าน
  3. ดูเหมือนข้อนี้จะมาจากประเทศที่สนใจแฟชั่นเป็นพิเศษ ช่างหลายคนโฟกัสกับ “ลุค” เพื่อแสดงถึงความเป็นตัวเอง และเข้าใจว่าภาพลักษณ์นั้นคือสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญ แต่โปรเฟสชันนัลจะรู้ว่า ควรให้ความสำคัญกับลุคของลูกค้ามากกว่าลุคของตัวเอง
  4. โปรเฟสชันนัลต้องมีความแข็งแกร่งทางร่างกายในระดับหนึ่ง เนื่องจากการที่ต้องยืนทำผมตลอดวันอาจทำให้เจ็บเท้า ปวดหลัง ข้อมือมีปัญหา นิ้วล็อกจากการต้องเกร็งจับปัตตาเลี่ยนและเครื่องมืออื่นๆ หลายชั่วโมง ดังนั้นต้องมั่นใจว่าร่างกายจะมีความพร้อมมากพอที่จะรองรับสภาวะแบบนี้ได้โดยไม่เกิดปัญหาในระยะยาว รับประทานอาหารมีประโยชน์ พักผ่อนเพียงพอ และการออกกำลังกายสม่ำเสมอ อาจต้องเป็นวินัยอย่างหนึ่งสำหรับการก้าวขึ้นไปเป็นโปรเฟสชันนัล
  5. โปรเฟสชันนัลจะพิถีพิถันในการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบร้อย เนื่องจากต้องทำงานกับเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องถูกหยิบจับเปลี่ยนที่ทางตลอดเวลา รวมถึงเส้นผมที่ตัดทิ้งกระจายลงพื้น สำคัญกว่าความสะอาดคือสุขอนามัยเพราะนี่คือการทำงานร่วมกันระหว่างของมีคม ฝุ่น เหงื่อและแบคทีเรียจากสิ่งสกปรกในเส้นผม สิ่งที่จะทำให้ลูกค้ามั่นใจในความสะอาดนี้คือความเป็นระเบียบของร้าน ขั้นตอนการทำงานที่ปลอดภัยชัดเจน รวมถึงความพิถีพิถันที่ออกมาจากตัวช่างเอง
  6. โปรเฟสชันนัลต้องสื่อสารได้กับลูกค้าทุกรูปแบบ ทุกคนมีแบคกราวนด์การทำผมและรสนิยมที่แตกต่าง โปรเฟสชันนัลต้องเข้าใจว่าลูกค้าต้องการให้ทำอะไร และตัดสินใจได้ว่าทรงไหนคือทรงที่เหมาะกับลูกค้าที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นทรงที่ลูกค้าพอใจที่สุด
  7. โปรเฟสชันนัลต้องเรียนรู้และเข้าใจในผลิตภัณฑ์ผมนานาชนิดที่มีในท้องตลาด เข้าใจในส่วนผสม เข้าใจในเคมี และเข้าใจว่าส่วนผสมและเคมีเหล่านั้นจะทำให้เกิดผลยังไงกับเส้นผมของลูกค้าซึ่งก็หลากหลายเช่นกัน ผลิตภัณฑ์ผมล้วนมีส่วนผสมของเคมี และเคมีหลายชนิดก็มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ระคายเคืองได้ไม่ว่าจะหนังศีรษะ ผิวหน้า และผิวกาย โปรเฟสชันนัลต้องรู้กระทั่งว่าลูกค้าคนไหนควรเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอะไรเป็นพิเศษ และรู้ไปอีกวว่าถ้าเกิดการระคายเคืองขึ้นจะรับมืออย่างไร
  8. โปรเฟสชันนัลอาจต้องอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยก่อนเมื่อเป็นสมาชิกคนใหม่ในบาร์เบอร์แห่งใหม่ อาจจะยังไม่ไดรับโอกาสให้ตัดผมในช่วงแรกๆ ที่อยู่ในร้าน อาจต้องทำงานทำความสะอาดผ้าขนหนู เช็ดโต๊ะ กวาดพื้น จัดเก็บของก่อนปิดร้าน ก่อนจะได้รับโอกาสให้แสดงฝีมือเฉิดฉายในระดับโปรเฟสชันนัล
  9. และกลับไปที่ข้อ 1 คือจนกว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดเลย

FACEBOOK: @xilda
#xilda
#xildahairclipper
#xildathemasterofblade
#xildathailand
#ซิลด้า
#sereechaibeauty